header-banner

TARADTHONG.COM

Copy Code แปะที่เว็บไซต์คุณ

ตลาดทอง.COM

 

Copy Code แปะที่เว็บไซต์คุณ

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลดลง

ตลาดทอง-ร้านทอง-ทองคำแท่ง-gold-ลงทุนทองตลาดทอง-ร้านทอง-ราคาทอง-gold-ลงทุนทองตลาดทอง-ราคาทอง-gold-ลงทุนทอง

โหวตให้กำลังใจเว็บ

ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลดลง,
 

 

 

ดอลลาร์ที่ทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดจำกัดการเพิ่มขึ้นของราคา
ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันอังคารโดยฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบสี่สัปดาห์เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง
แต่เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากสหรัฐฯและจีนได้คลายความกลัวว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวช่วยจำกัดการเพิ่มขึ้นของทองคำ
ตลาดหุ้นหันกลับมามีมุมมองในเชิงลบ...
ซึ่งมันเป็นชักเย่อระหว่างตราสารทุนและตลาดโลหะมีค่า 
ทองคำจะยังคงติดอยู่ในการเคลื่อนไหวที่มีขอบเขตในขณะนี้เว้นแต่จะมีการสลายในตลาดทุน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯถอยกลับหลังจากได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อมาสามวัน
ในขณะที่นักลงทุนมองหาสัญญาณของความแข็งแกร่งในเศรษฐกิจหลังจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเติบโต
หลังจากที่มีการฟื้นตัวการผลิตของจีนและตัวเลขในสหรัฐฯที่ดีกว่าที่คาด
ผลักดัน S&P 500 ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแสดงให้เห็นว่าไม่มีเหตุผลที่จะนำซึ่งความปลอดภัยในขณะนี้ 
ซึ่งทองคำถูกมองว่าเป็นการป้องกันความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ

นอกจากนี้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน
ทำให้ทองคำมีราคาแพงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น คำสั่งซื้อใหม่สำหรับสินค้าทุนที่สำคัญของสหรัฐฯลดลงในเดือนกุมภาพันธ์
และการจัดส่งไม่เปลี่ยนแปลง แต่ข้อมูลสำหรับเดือนมกราคมได้รับการแก้ไขให้สูงขึ้นเล็กน้อย
ซึ่งสามารถสนับสนุนมุมมองที่ว่าภาคการผลิตยังมีเสถียรภาพ
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากกิจกรรมการผลิตของสหรัฐดีดตัวขึ้นเล็กน้อยเกินคาด
ในเดือนมีนาคมตามรายงานอุตสาหกรรมที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์
ในขณะเดียวกัน นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า
 เศรษฐกิจโลกได้ชะลอตัวลง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และภาวะตึงตัวทางการเงิน 
แต่การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
นางลาการ์ดระบุว่า เศรษฐกิจโลกปรับตัวไร้เสถียรภาพ หลังจากมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 
ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยง และมีความเปราะบางต่อความตื่นตระหนกในตลาดการเงิน, การค้าโลก 
และปัจจัยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)
อย่างไรก็ดี IMF ไม่คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะใกล้ และการที่เฟดมีความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 
จะช่วยให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
ส่วนทางด้าน องค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่า การค้าโลกได้ถูกกดดันจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน,
 การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ, ความผันผวนในตลาดการเงิน และภาวะตึงตัวทางการเงินในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว
  WTO ยังเตือนว่า ปริมาณการค้าโลกจะได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่านี้ หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศในปีนี้
นอกจากนี้ WTO ยังคาดการณ์ว่า ความไม่แน่นอนจากปัจจัยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จะทำให้การขยายตัวตัวของปริมาณการค้าโลกดิ่งลงสู่ระดับ 1.3% ในปีนี้
ขณะเดียวกัน นายมาร์ค แซนดี หัวหน้านักวิเคราะห์ของมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ กล่าวว่า
 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มอย่างมากที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย หากสหรัฐและจีนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าภายในเวลา 3เดือน
“ขณะนี้ความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างมาก โดยแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดวิกฤตการเงินเมื่อ 10 ปีก่อน” 
นายแซนดีกล่าวและว่า “หากสหรัฐและจีนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า สิ่งนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ และทำให้บริษัทต่างๆลดการจ้างงาน 
ซึ่งจะทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ”
นอกจากนี้ นายแซนดี ยังเตือนว่า มีความเป็นไปได้ราว 33% ที่อังกฤษจะแยกตัวจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) โดยไม่มีการทำข้อตกลง
 ซึ่งจะส่งผลให้อังกฤษและสหภาพยุโรปตกอยู่ในภาวะถดถอย และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นเทียบดอลลาร์และยูโร หลังจากที่มีรายงานว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ให้เวลาแก่อังกฤษมากขึ้น
 เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาในการเจรจากับพรรคแรงงานเพื่อผ่าทางตันกรณีการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) 
นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จัดการประชุมคณะรัฐมนตรีนานกว่า 7 ชั่วโมงในวันนี้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะชะงักงันกรณีการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)
หลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าว นางเมย์กล่าวว่า ตนจะเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ให้เวลาแก่อังกฤษมากขึ้นด้วยการขยายกำหนดเส้นตายการแยกตัวจาก EU
 ให้เกินกว่าวันที่ 12 เมษายน เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาในการเจรจากับพรรคแรงงานเพื่อผ่าทางตันกรณี Brexit
"เราจำเป็นต้องขยายเวลาการบังคับใช้มาตรา 50 เพื่อให้เราสามารถแยกตัวจาก EU ตามกำหนดเวลาอย่างเป็นระบบระเบียบ และดิฉันเสนอที่จะนั่งลงเจรจากับฝ่ายค้านเพื่อให้มีการตกลงกันถึงแผนการที่เราจะปฏิบัติตามเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะแยกตัวจาก EU โดยมีการทำข้อตกลง" นางเมย์กล่าว
 นางเมย์กล่าวเสริมว่า ตนหวังว่ารัฐสภาอังกฤษจะลงมติรับรองข้อตกลง Brexit ภายในวันที่ 22 พฤษภาคมพร้อมกับเสริมว่าการแยกตัวจาก EU โดยมีข้อตกลงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

ตลาดทอง-ร้านทอง-ทองคำแท่ง-gold

 ตลาดทอง-ร้านทอง-ทองคำแท่ง-gold
 ตลาดทอง-ร้านทอง-ราคาทอง-gold 
 ตลาดทอง-ราคาทอง-gold 
 ตลาดทอง-ราคาทอง-gold

ขอขอบคุณ

พันธมิตรหลัก

Cocktailpro.co

agaligold.com

www.thaimitr.com

www.naresuan.com

AyothayaHotel.com

ล็อกอิน

www.thaimith.com